สมเด็จพระสังฆราชทรงเป็นประธานในพิธีงาน 90 ปี สถานีกาชาดที่ 2 กรุงเทพฯ

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 เวลา 09.09 น. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จไปยังสถานีกาชาดที่ 2 (สุขุมาลอนามัย) เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ทรงเป็นประธานในพิธีงานเฉลิมฉลองในโอกาส 90 ปี สถานีกาชาดที่ 2 กรุงเทพฯ (สุขุมาลอนามัย) ทรงเจิมป้ายอาคาร จำนวน 2 ป้าย คือ อาคาร “สมัยนวุติวัสส์” และ อาคาร “บริพัตรวรอุทิศ” ทรงกดปุ่มเปิดแพรคลุมป้ายอาคารใหม่ และประทานพระโอวาทแก่ผู้มาร่วมในพิธี

ต่อมา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระวโรกาสให้  นายแผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย ทูลถวายไทยธรรม ผู้มีจิตศรัทธาทูลถวายครุภัณฑ์ทางการแพทย์ และประทานครุภัณฑ์ทางการแพทย์แก่สถานีกาชาดที่ 2 จากนั้น ประทานของที่ระลึกแก่ผู้มีอุปการคุณ และเสด็จกลับวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

ประวัติของสถานีกาชาดที่ 2 กรุงเทพฯ (สุขุมาลอนามัย)

สถานีกาชาดที่ 2 กรุงเทพฯ (สุขุมาลอนามัย) (อ่านว่า สุ – ขุ – มาน – อะ – นา – ไม) เดิมเรียก สถานีประชานามัยพิทักษ์ที่ 2 ตั้งอยู่ที่ ตำบลถนนตะนาว ตรงข้ามกับแพร่งนรา เขตพระนคร โดยเช่าตึกแถวบริเวณแพร่งภูธรเป็นที่ทำการ มีนางสาวปาน ซาเวียร์ (นางประคอง วิชาสมาน) เป็นหัวหน้าสถานีคนแรก ต่อมา สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ได้ทรงบริจาคเงินจากผู้ที่ทำบุญอุทิศถวายในงานพระศพสมเด็จพระปิตุจฉาเจ้าสุขุมาลมารศรีพระอัครราชเทวี ซึ่งเป็นพระชนนี เป็นเงิน 28,948.41 บาท สร้างสถานีสุขุมาลอนามัย โดยย้ายมาสร้างที่เลขที่ 80 แพร่งภูธร ถ.อัษฎางค์ เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน 2 ชั้น สร้างบนที่ดินของกรมพระคลังข้างที่ เพื่อเป็นการเชิดชูพระเกียรติคุณสมเด็จพระปิตุจฉาเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี ซึ่งเคยดำรงตำแหน่ง “อุปนายิกาสภาอุณาโลมแดง” พระองค์หนึ่ง ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างเป็นเงิน 17,712.21 บาท เหลือเงิน 11,236.20 บาท โปรดให้ตั้งทุนนามว่า “ทุนสุขุมาลอนามัย” เพื่อเก็บดอกผลไว้สำหรับบำรุงสถานีอนามัยต่อไป

สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า สภานายิกา สภากาชาดสยาม ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิด “สถานีสุขุมาลอนามัย” (สถานีกาชาดที่ 2 กรุงเทพฯ) เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2471 ต่อมา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ทรงมีพระราชหัตถเลขา ลงวันที่ 6 ธันวาคม 2483 โอนที่ดินตำบลแพร่งภูธร อันเป็นที่ตั้งสถานีกาชาดที่ 2 เนื้อที่ 1 ไร่ 1 งาน 89 ตารางวา ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของสภากาชาดไทย

ในปี พ.ศ. 2553 ได้ทำการก่อสร้างอาคารที่ทำการใหม่เนื่องจากผู้มารับบริการที่เพิ่มขึ้น เป็นอาคาร 2 ชั้น  โดยใช้งบประมาณจากรัฐบาลเป็นเงิน  11,000,000.00  บาท (สิบเอ็ดล้านบาทถ้วน) เนื่องจากผู้มารับบริการที่เพิ่มขึ้น และได้เริ่มทำการอาคารใหม่ เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2555 เพื่อใช้สำหรับการตรวจรักษาโรคให้กับประชาชนทั่วไป และในวันที่ 23 พฤษภาคม 2561 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานนามอาคารนี้ ว่า “สมัยนวุติวัสส์” (อ่านว่า สะ – ไหม – นะ – วุด – ติ – วัด) แปลว่า  อาคารที่สร้างในวาระ 90 ปี แห่งการก่อตั้งสุขุมาลอนามัย

ในปี พ.ศ. 2558 ได้ทำการปรับปรุงอาคารสุขุมาลอนามัย โดยใช้งบประมาณเงินทุนหมุนเวียนของสถานีกาชาด ที่ 2 เป็นเงิน 6,450,000.00 บาท (หกล้านสี่แสนห้าหมื่นบาทถ้วน) ซึ่งปัจจุบันอาคารนี้ให้บริการงานผ่าตัดเล็ก งานตรวจการได้ยิน และงานตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ในปีเดียวกัน ได้มีการก่อสร้างอาคารชั้นเดียว โดยใช้งบประมาณโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของสถานีกาชาดที่ 2 เป็นเงิน 2,400,000.00 บาท (สองล้านสี่แสนบาทถ้วน) เพื่อใช้สำหรับกิจกรรมผู้สูงอายุ เนื่องจากรองรับสังคมผู้สูงวัยที่เพิ่มขึ้น และในวันที่ 23 พฤษภาคม 2561 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานนามอาคารนี้ว่า “บริพัตรวรอุทิศ” (อ่านว่า บอ – ริ – พัด – วอ – ระ – อุ – ทิด) แปลว่า สุขุมาลอนามัยเป็นการบำเพ็ญพระกุศลอันประเสริฐโดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์  กรมพระนครสวรรค์วรพินิต

ปัจจุบันสถานีกาชาดที่ 2 กรุงเทพฯ (สุขุมาลอนามัย) ให้บริการในด้านการรักษาพยาบาล การสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคและฟื้นฟูสุขภาพ รวมถึงงานบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยและผู้ด้อยโอกาส

ภารกิจของสถานีกาชาดที่ 2  กรุงเทพฯ  (สุขุมาลอนามัย)

สถานีกาชาดที่ 2 กรุงเทพฯ (สุขุมาลอนามัย) เป็นหน่วยงานหนึ่งสังกัดฝ่ายประสานงานสถานีกาชาด  สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย มีภารกิจหลักในด้านการรักษาพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคและงานฟื้นฟูสุขภาพ รวมถึงงานบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยและผู้ด้อยโอกาส โดยเปิดให้บริการทุกวันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 16.00 น. เว้นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ซึ่งรายละเอียดงานบริการมีดังนี้

  1. งานด้านการรักษาพยาบาล โดยให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป ตรวจโรคเฉพาะทาง การฝังเข็มรักษาโรคและงานผ่าตัดเล็ก โดยแพทย์จากสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ รวมถึงคลินิกทันตกรรมทั่วไป ทันตกรรมจัดฟัน ทันตกรรมฟันเทียม นอกจากนั้นยังมีงานบริการพยาบาลต่างๆ เช่น ทำแผล ฉีดยา ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ฯลฯ และการตรวจทางห้องปฏิบัติการ
  2. งานด้านการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคและการฟื้นฟูสุขภาพ ให้บริการคลินิกสุขภาพเด็กดี   การให้วัคซีนป้องกันโรค การคัดกรองความเสี่ยงโรคต่างๆ การวางแผนครอบครัว งานเยี่ยมบ้าน และงานให้สุขศึกษา
  3. งานบรรเทาทุกข์ การบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย เช่น อุทกภัย อัคคีภัย รวมถึงการบรรเทาทุกข์ผู้ด้อยโอกาส ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  4. งานวิชาการ จัดอบรมให้ความรู้ด้านสุขภาพแก่ประชาชนทั่วไป และเป็นสถานที่ฝึกอบรมด้านการพยาบาล และการมาดูงานของนักศึกษาพยาบาลทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  5. งานอื่น ๆ กิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ และกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสสำคัญต่างๆ รวมถึงกิจกรรมร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ