พิพิธเพลิน

  • จากคอลัมน์ “ภาพในอดีต” ลงในหนังสือสนองโอฐ สภากาชาดไทย ฉบับที่ 212 เมษายน – มิถุนายน 2560 วันนี้ในอดีต โดย พิพิธภัณฑ์สภากาชาดไทย (Thai Red Cross Museum) วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ.2488 ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สงบลง ญี่ปุ่นได้ส่งตัวทหารผ่านศึกที่อยู่ในค่ายทหารต่าง ๆ ที่บาดเจ็บหรือเจ็บป่วยมาให้สภากาชาด และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ดูแลรักษา โดยใช้แพทย์ พยาบาลคนไทย ภาพบางส่วนเหล่านี้พิพิธภัณฑ์สภากาชาดไทยได้ซื้อมาจาก Australian War Memorial ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และเป็นภาพที่หายาก
  • เปิดคอลัมน์ใหม่ พิพิธเพลินเชิญชมพิพิธภัณฑ์สภากาชาดไทย เปิดคอลัมน์ใหม่ พิพิธเพลินเชิญชมพิพิธภัณฑ์สภากาชาดไทยพิพิธเพลินเชิญชมพิพิธภัณฑ์สภากาชาดไทย ขอนำเสนอ#ภาพประวัติศาสตร์ สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ เมื่อครั้งทรงเป็นเจ้าหญิงมิชิโกะ เสด็จเยี่ยมกิจการสภากาชาดไทย เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2507 โดยมีสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มารอรับเสด็จที่ตึกบริพัตร และทรงนำเสด็จชมกิจการบรรเทาทุกข์ กองอาสากาชาด กองวิทยาศาสตร์ และพระราชทานเหรียญกาชาดสรรเสริญแก่เจ้าหญิงมิชิโกะ พร้อมนี้ เจ้าหญิงมิชิโกะได้ถวายเงิน10,000 บาท บำรุงสภากาชาดไทยอีกด้วย ชมภาพประวัติศาสตร์เพิ่มเติมที่ http://museum.redcross.or.th/
  • museum museum
  • พระศิริโฉมของสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า พระศิริโฉมของสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าความทรงพระศิริโฉมงามเลิศ ของสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ตอนที่เจ้าชายออสคาร์ ดยุค ออฟ กอทแลนด์ สวีเดน เสด็จมาเยือนประเทศไทย แล้วทรงกล่าวชมถึงสมเด็จพระบรมราชินีของสยามประเทศไว้อย่างงดงาม (ในช่วงเวลานั้นสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ยังทรงดำรงพระยศเป็น Queen ของประเทศเพียงพระองค์เดียวอยู่) ในกลอนสังเกตพระอัชฌาสัยเจ้านาย ซึ่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงจำได้ จากที่เจ้านายในรัชกาลที่ ๔ ทรงจำไว้และท่องกันต่อ ๆ มา นั้น ในกลอน กล่าวถึงสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชเทวี เมื่อพระชันษาเพียง ๖ พรรษา ว่า “หน้าตาคมสัน องค์สว่าง” และขณะเมื่อทรงดำรงพระอิสริยยศ พระบรมราชเทวี (ในสมัยนั้นคือ เอกอัครมเหสี หรือพระราชินี) เมื่อพระชันษาประมาณ ๒๒-๒๓ เจ้าชายออสคาร์ ดยุคออฟก๊อตแลนด์ แห่งสวีเดน เสด็จเป็นพระราชอาคันตุกะมาเมืองไทย เจ้าชายได้ทรงบันทึกในจดหมายเหตุรายวันของพระองค์ ตอนหนึ่งทรงเล่าถึงพระราชินี (Queen) ไทยเอาไว้ว่า “…เราเดินผ่านท้องพระโรงใหญ่ ๆ หลายห้อง และห้องสวย ๆ อีกไม่น้อย จนผ่านสวนในร่ม ซึ่งมีน้ำตกเป็นสายจากถ้ำจำลองแล้ว ...
  • นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา มหาจักรีสิรินธร สภากาชาดไทยรวมน้ำใจชาวประชา นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา  มหาจักรีสิรินธร สภากาชาดไทยรวมน้ำใจชาวประชาพิพิธภัณฑ์สภากาชาดไทย ขอเชิญชวนประชาชนและบุคลากรสภากาชาดไทย ร่วมชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องในโอกาสวันสถาปนาสภากาชาดไทย ครบ ๑๒๒ ปี ซึ่งตรงกับวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๘ โดยมีการจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภายใต้ชื่อ ” ๖๐ พรรษา มหาจักรีสิรินธร สภากาชาดไทยรวมน้ำใจชาวประชา” ตั้งแต่วันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๘ เป็นต้นไป ในวันและเวลาราชการ ณ อาคารพิพิธภัณฑ์สภากาชาดไทย
  • ประวัติงานกาชาด ประวัติงานกาชาดสภากาชาดไทยได้เริ่มขึ้นเมื่อครั้งสมัยแผ่นดิน “พระพุทธเจ้าหลวง” รัชกาลที่ 5 ในต้น ร.ศ. 112 (พ.ศ. 2436) ซึ่งประเทศสยามเกิดกรณีพิพาทกับฝรั่งเศสในเรื่องดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง ทำให้เกิดการสู้รบกันยังผลให้มีผู้บาดเจ็บ เสียชีวิต และได้รับความทุกข์ทรมานเป็นจำนวนมาก โดยในขณะนั้นยังไม่มีกองการกุศลใดๆ ทำหน้าที่ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ในยามสงครามอย่างเป็นกิจจะลักษณะ “พระพุทธเจ้าหลวง” ทรงมีความห่วงใยเหล่าทหารหาญและบรรดาอาสาสมัครที่เสียสละเอาชีวิตร่างกายต่อสู้เพื่อรักษาพระราชอาณาเขต จึงพระราชทานพระบรมราชานุญาติให้จัดตั้งสภาอุณาโลมแดงแห่งสยามขึ้นเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2436 เพื่อทำหน้าที่จัดส่งยา เวชภัณฑ์ อาหาร เสื้อผ้า และเครื่องใช้ต่างๆ ไปยังทหารและประชาชนที่เดือดร้อน อันเป็นหลักการที่ละม้ายกับหลักการของสภากาชาดสากล นอกจากนั้น พระองค์ยังมีพระมหากรุณาธิคุณแก่องค์การที่จัดตั้งขึ้นใหม่นี้โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ และพระบรมราชานุญาตให้เรี่ยไรได้เงินเป็นจำนวนถึง 443,716 บาท อันเป็นเงินจำนวนมหาศาลในสมัยนั้น นับว่าเป็นการรณรงค์จัดหารายได้ครั้งแรกเป็นปฐมฤกษ์ในการก่อตั้งองค์การ ต่อมาสภากาชาดไทยได้จัดให้มีงานกาชาดขึ้นครั้งแรกระหว่างวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2465 – 8 เมษายน 2466 (ขณะนั้นเปลี่ยนพุทธศักราชในเดือนเมษายน) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหา “ประชาสมาชิก” ให้แก่สภากาชาดไทย การสมัครเป็นสมาชิกนี้ เสียค่าบำรุง 1 บาทต่อปี ...
  • ท่านเตช บุนนาค ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย ฝ่ายบริหาร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์สภากาชาดไทย ศึกษาดูงานฯ ท่านเตช บุนนาค ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย ฝ่ายบริหาร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์สภากาชาดไทย ศึกษาดูงานฯเมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๕๘ นายเตช บุนนาค ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย ฝ่ายบริหาร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์สภากาชาดไทย ศึกษาดูงานด้านจดหมายเหตุ ณ ศูนย์สารสนเทศ สำนักราชเลขาธิการ โดยมี นางอนงค์ สวรรค์วัฒนกุล ผู้อำนวยการศูนย์สารสนเทศ สำนักราชเลขาธิการ ให้การต้อนรับ
  • ๑๘ ปี กับสำนักงานบริหาร ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๘ ๑๘ ปี กับสำนักงานบริหาร ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๘                 สำนักงานบริหาร ถือกำเนิดตามข้อบังคับสภากาชาดไทย แก้ไข เพิ่มเติม (ฉบับที่ ๕๔) พุทธศักราช ๒๕๓๙ ในระยะเริ่มแรกใช้ชื่อว่า “สำนักบริหาร”  มีหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินกิจการทั่วไปของสภากาชาดไทย มีอุปนายกเป็นประธาน ประกอบด้วยเลขาธิการฯ เหรัญญิกฯ ผู้ช่วยเลขาธิการฯ และผู้ช่วยเหรัญญิกฯ (ถ้ามี) โดยเลขาธิการฯ เป็นผู้ดำเนินงาน มีหน่วยงาน  ในสังกัด ดังนี้         ๑. ฝ่ายเลขานุการกิจ ๒. ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ ๓. ฝ่ายตรวจสอบภายใน ๔. ฝ่ายนโยบายและแผน ๕. ฝ่ายประสานงานเหล่ากาชาดภูมิภาค ๖. หน่วยงานชำนัญพิเศษต่าง ๆ                 ต่อมาในปี ๒๕๔๐ คณะกรรมการพิจารณาการจัดระบบองค์กรและการแบ่งส่วนงาน เห็นชอบในการตั้งฝ่ายกฎหมาย สังกัดสำนักบริหาร กำหนดหน้าที่รับผิดชอบด้านนิติกรทั้งหมด ...
  • กาลครั้งหนึ่ง…วันนี้เมื่อ ๗๙ ปีที่แล้ว กาลครั้งหนึ่ง...วันนี้เมื่อ ๗๙ ปีที่แล้ว เมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ.๒๔๗๘ สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า สภานายิกาสภากาชาดสยาม ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานลี้ยงอาหารค่ำแก่คณะกรรมการสภากาชาดสยาม ณ ตึกจักรพงษ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จสภานายิกาฯ อันเป็นพระราชกิจหนึ่งที่ทรงปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ เพื่อพระราชทานขวัญและกำลังใจแก่ผู้สนองงานใต้เบื้องพระยุคลบาท                                        พิพิธภัณฑ์สภากาชาดไทย
  • ๑๐ กันยายน ๒๕๕๗ รำลึก ๑๕๒ ปี สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ๑๐ กันยายน ๒๕๕๗ รำลึก ๑๕๒ ปี สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า               เนื่องในวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๕๗ ครบรอบ ๑๕๒ ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิการเจ้า พิพิธภัณฑ์สภากาชาดไทย ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ              “สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิการเจ้า” เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันพุธที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ.๒๔๐๕ มีพระนามเดิม “พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าสว่างวัฒนา” เป็นพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ และสมเด็จพระปิยมาวดีศรีพัชรินทรมาตา (เจ้าคุณจอมมารดาเปี่ยม) ทรงดำรงตำแหน่งสูงสุดเป็นสมเด็จพระบรมราชเทวีในรัชกาลที่ ๕                ขณะยังดำรงพระชนม์ทรงประกอบพระราชกรณียกิจมากมาย เป็นผู้นำสตรียุคใหม่ มีพระปรีชาสามารถและพระวิสัยทัศน์หลายด้าน ส่งเสริมบทบาทของสตรีไทยให้ทัดเทียมบุรุษ ทำนุบำรุงพระศาสนา ...