ผ้าพระกฐินสภากาชาดไทย ประจำปี 2562

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562  เวลา 09.21 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐินสภากาชาดไทย ประจำปี 2562 ณ วัดพิศาลรัญญาวาส ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดหนองบัวลำภู ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 28 และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองบัวลำภู เฝ้าทูลละอองพระบาท รับเสด็จ

ต่อมา เสด็จเข้าศาลาการเปรียญ ทรงประกอบพิธีถวายผ้าพระกฐินสภากาชาดไทย และพระราชทานพระราชวโรกาสให้ เหรัญญิกสภากาชาดไทย เฝ้าทูลละอองพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายหนังสือที่ระลึก หลังจากนั้น พระราชทานของที่ระลึกแก่ผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงิน และพระราชทานพระราชวโรกาสให้เจ้าอาวาสวัดพิศาลรัญญาวาส ถวายของที่ระลึก และเสด็จพระราชดำเนินกลับ

สำหรับยอดเงินที่ประชาชนบริจาคโดยเสด็จพระราชกุศล เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 6,080,673 บาท จะนำไปจัดทำระบบการระบายน้ำให้ถูกหลักแผนผังที่ตั้งไว้ เนื่องจากวัดตั้งอยู่ในที่ลุ่ม เมื่อถึงฤดูฝนจะเกิด น้ำท่วมขังเป็นประจำ จึงจำเป็นต้องจัดทำระบบระบายน้ำที่ถูกวิธีเพื่อเป็นการแก้ปัญหาในระยะยาวซึ่งต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้นำไปบูรณะปฏิสังขรณ์อาคารเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรมและแผนกบาลี ซึ่งชำรุดทรุดโทรมเพื่อใช้เป็นสถานที่ศึกษาพระธรรมวินัยของพระภิกษุ สามเณร รวมถึงใช้ในการปรับปรุงอาคารเพื่อใช้เป็นสถานที่พักของพระภิกษุ สามเณรที่มาศึกษาพระปริยัติธรรมด้วย

วัดพิศาลรัญญาวาส เป็นพระอารามหลวง ตั้งอยู่เลขที่ 137 หมู่ 9 บ้านหาดสวรรค์ ถนนศรีคุณาธาร ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู มีเนื้อที่ตามเอกสารสิทธิ์ในโฉนดที่ดินจำนวน 36 ไร่ 62 ตารางวา โดยในครั้งแรกได้สร้างเป็นที่พักสงฆ์ชั่วคราว ต่อมาในปี พุทธศักราช 2486 ชาวบ้านได้นิมนต์พระพิศาลคณานุกิจ (เส็ง กนฺณวโร) วัดมหาชัย มาพำนักที่พักสงฆ์ดังกล่าว และได้ร่วมกันก่อสร้างศาลาโรงธรรมขึ้น 1 หลัง กุฏิที่พักสงฆ์จำนวน 3 หลัง และเรียกชื่อวัดที่ได้ร่วมกันก่อตั้งวัดนี้ว่า “วัดพิศาลรัญญาวาส” ตามชื่อของเจ้าอาวาสรูปแรก คือ พระพิศาลคณานุกิจ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2504 ต่อมา ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวง ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2543 ปัจจุบันมีพระภิกษุจำพรรษาจำนวน 14 รูป สามเณร 52 รูป ทั้งยังเป็นสถานศึกษาพระปริยัติธรรมทั้ง 3 แผนก คือ แผนกธรรม แผนกบาลี และแผนกสามัญศึกษาอีกด้วย