ข้อปฏิบัติในการเตรียมรับมือเมื่อเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง

จากการที่นายสวนิต  คงสิริ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ ได้ขอความร่วมมือจากองค์การสหประชาชาติ เพื่อขอข้อมูลแนวทางการปฏิบัติตนของเจ้าหน้าที่สหประชาชาติในการเตรียมการรับมือเมื่อเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์อย่างยิ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ของสภากาชาดไทย สามารถนำไปปรับใช้เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน /รุนแรงได้

แนวทางปฏิบัติของเจ้าหน้าที่สหประชาชาติในการเตรียมการรับมือเมื่อเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง

  1. เฝ้าสังเกตและระมัดระวังสภาพแวดล้อมรอบตัว โดยหลีกเลี่ยงจากเหตุการณ์เสี่ยงภัย ติดตามข่าวสาร และคำแนะนำการปฏิบัติตนเมื่อเกิดเหตุการณ์ เชื่อในสัญชาตญาณของตนเอง รวมถึงเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษในช่วงกลางคืน
  2. การปฏิบัติตนเมื่อได้ยินเสียงปืน
    • ขณะกำลังเดิน

-หมอบคว่ำหน้าลงกับพื้น

-หากเป็นไปได้ ควรคลานไปยังเกราะกำบังที่ใกล้ที่สุด โดยให้อยู่ห่างไปจากทิศทางกระสุน

-ระวังกลุ่มฝูงชนที่วิ่งหนีทำให้เกิดความโกลาหล

-ออกจากสถานที่เกิดเหตุเมื่อแน่ใจว่าปลอดภัย

-แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยของสหประชาชาติทราบโดยทันที เมื่อเห็นว่าปลอดภัยและสามารถกระทำได้

  • เมื่ออยู่ในอาคาร

-หมอบลงกับพื้น

-อยู่ให้ห่างจากหน้าต่าง/ประตู

-เคลื่อนย้ายเข้าไปอยู่ภายในตัวอาคาร

-แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยของสหประชาชาติทราบโดยทันที เมื่อเห็นว่าปลอดภัยและสามารถกระทำได้

  • เมื่ออยู่ในรถ

-เมื่อเกิดการยิงกันข้างหน้าและวิถีกระสุนมิได้มุ่งตรงมายังรถ จะต้องหยุดรถ จากนั้นให้กลับรถและออกจากพื้นที่ทันที

-หากไม่ทราบทิศทางการยิง จะต้องหยุดรถและออกจากรถเพื่อหาที่กำบัง

-ห้ามหลบที่ใต้รถ

-แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยของสหประชาชาติทราบโดยทันที เมื่อเห็นว่าปลอดภัยและสามารถกระทำได้

  1. การปฏิบัติตนเมื่อได้ยินเสียงระเบิด

-หมอบลงกับพื้นจนกว่าสถานการณ์จะสงบลง

-เตรียมรับมือกับเหตุการณ์ต่อจากนั้น  โดยอาจมีการระเบิดครั้งที่ 2 หรือการกราดยิง

-ออกจากสถานที่เกิดเหตุโดยเร็วที่สุด

-แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยของสหประชาชาติทราบโดยทันที เมื่อเห็นว่าปลอดภัยและสามารถกระทำได้

  1. การปฏิบัติตนเมื่ออยู่ท่ามกลางสถานการณ์มือปีนบุกกราดยิง

(กรณีอยู่ภายในอาคาร ซึ่งมีคนร้ายเพียงคนเดียวหรือมากกว่านั้น)

  • วิ่งออกจากอาคารโดยเร็วที่สุด หากสามารถกระทำได้

-หากมีช่องทางออกจากอาคาร ให้พยายามไปยังทางออกโดยเร็วที่สุด โดยจะต้องไม่มัวพะวงเรื่องทรัพย์สินหรือสิ่งของมีค่า ทั้งนี้ หากเป็นไปได้ให้ช่วยเหลือคนอื่นๆ  ให้หนีออกไปด้วย รวมถึงห้ามไม่ให้คนภายนอกเข้ามาในอาคาร จากนั้น แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยของสหประชาชาติทราบโดยทันที เมื่อเห็นว่าปลอดภัยและไม่สามารถกระทำได้

  • หากไม่สามารถออกจากอาคารได้ ให้หาที่ซ่อนตัวที่สามารถหลบซ่อนได้เป็นอย่างดี โดยกระทำอย่างรวดเร็วและเงียบที่สุด ทั้งนี้ที่ซ่อนตัวจะต้องไม่อยู่ในการมองเห็นของคนร้าย และสามารถเป็นที่กำบังได้หากมีการยิงกัน

-ล็อคประตูหรือหาสิ่งของมาปิดกั้น เพื่อไม่ให้ผู้ร้ายเข้ามายังที่ซ่อนตัวได้

-ปิดเสียงโทรศัพท์

-ซ่อนตัวหลังสิ่งของหรือวัตถุขนาดใหญ่

-ห้ามส่งเสียงดัง

  • หากไม่มีทางเลือกอื่น ให้ต่อสู้

-พยายามต่อสู้เพื่อไม่ให้คนร้านสามารถโจมตีเราได้

-ต่อสู้อย่างเต็มกำลัง เพื่อให้คู่ต่อสู้บาดเจ็บ

-พยายามหาอุปกรณ์เพื่อใช้เป็นอาวุธในการต่อสู้

-ต้องมั่นใจว่าตนเองสามารถต่อสู้กับคนร้ายได้

ทั้งนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยเข้ามาถึงยังพื้นที่ ให้สงบสติอารมณ์และปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ ชูมือทั้งสองเพื่อให้เจ้าหน้าที่เห็นว่าไม่มีอาวุธและไม่ใช่คนร้าย  ไม่ควรชี้นิ้วหรือร้องตะโกน

  1. การปฏิบัติตนเมื่ออยู่ท่ามกลางฝูงชนจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีบริเวณจำกัด เช่นสถานีรถไฟฟ้า

-หากรู้สึกอึดอัดเมื่ออยู่ท่ามกลางฝูงชน ให้มองหาทางออกในขณะนั้น แม้ว่าจะยังไม่ถึงยังจุดหมาย

ปลายทางที่ต้องการจะไปก็ตาม หากมีความจำเป็นเร่งด่วนให้ใช้ทางออกฉุกเฉิน

-คลื่นฝูงชนจะมีการเคลื่อนที่โดยผลักคุณไปข้างหน้า กระทั่งหยุดนิ่งในชั่วขณะหนึ่ง ให้ใช้ช่วงเวลานี้

พยายามเบี่ยงตัวออกมาด้านข้าง หรือทะลุผ่านฝูงชนเพื่อมายังทางออก

  1. วางแผนเส้นทางก่อนการเดินทาง โดยสอบถามข้อมูลและติดตามข่าวผ่านช่องทางต่างๆ ดังต่อไปนี้

-สายด่วน 1197  ข้อมูลการจราจร

-สายด่วน 1348  ขนส่งมวลชน

-สถานีวิทยุ FM 88  รายงานข่าวสภาพการจราจร

  1. พึงตระหนักไว้ว่าการติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์อาจทำได้ยาก เนื่องจากระบบการติดต่อสื่อสาร หรือสารับส่งสัญญาณ อาจได้รับผลกระทบภายหลังจากเหตุการณ์ความรุนแรง ทั้งนี้ ทางการอาจสั่งการให้ตัดสัญญาณโทรศัพท์บริเวณโดยรอบ เพื่อป้องกันการจุดระเบิดโดยมีโทรศัพท์เป็นตัวจุดชนวน
  2. หากเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง ให้เปิดเครื่องมือสื่อสาร รวมถึงตรวจสอบข้อความทางโทรศัพท์และอีเมล์อยู่เสมอ เพื่อรอการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัย ซึ่งจะทำการตรวจสอบจำนวนบุคลากรที่ปลอดภัยและสามารถติดต่อได้
  3. หากตกอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงภัย ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ โทรสายด่วน 191 หรือแจ้งองค์กรด้านความปลอดภัยของสหประชาชาติ ที่เบอร์ 02 288 1100,  02 288 1102
  4. หากรู้สึกไม่ปลอดภัยหรือต้องการความช่วยเหลือ ให้ติดต่อฝ่ายความปลอดภัยและความมั่นคงของสหประชาชาติ (The United Nations Department of Safety and Security) โดยสหประชาชาติ จะส่งเจ้าหน้าที่ไปพูดคุยสอบถาม