KM

  • สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ จัดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการกระบวนการในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์โดยใช้Balanced Scorecard

    สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานบริหาร จัดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องกระบวนการในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ โดยใช้ Balanced Scorecard  ขึ้นระหว่างวันที่ 6-8 และ 11-12  กรกฎาคม 2559  ณ ห้องคริสตัล บอลรูม ชั้น 2 โรงแรมตวันนา รามาดา มุ่งหวังเพื่อเพิ่มศักยภาพ ประสิทธิภาพให้กับเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน  และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านยุทธศาสตร์และแผนของหน่วยงานต่างๆ ในสภากาชาดไทย ได้มีความรู้่ ความสามารถในการจัดทำยุทธศาสตร์ แผนปฏิบัติงานประจำปี โดยการใช้  Balanced Scorecard  ซึ่งจะทำให้ตัวชี้วัดในการจัดทำโครงการ กิจกรรม ต่างๆ มีเป้าหมายชัดเจน ทำได้ มีการใช้งบประมาณอย่างสมเหตุสมผล ทั้งนี้หัวข้อหลักในการจัดอบรมในครั้งนี้ อาทิ หลักการและเทคนิคในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ การทบทวนและวิเคราะห์ประเด็น SWOT การกำหนดตำแหน่งยุทธศาสตร์ เทคนิคการแปลงยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติ รวมถึงแนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์  รวมถึงการเขียนแผนงาน โครงการ และการจัดทำงบประมาณ ซึ่งผู้ที่เข้ารับการอบรมจะได้รับความรู้ ความเข้าใจ และได้ฝึกปฏิบัติระดมความคิด ต่างๆ และนำเสนอผลงานกลุ่มอีกด้วย ซึ่งจะส่งผลให้สามารถนำกลับมาปฏิบัติในการทำแผนยุทธศาสตร์ของหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  

  • ข้อปฏิบัติในการเตรียมรับมือเมื่อเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง

    จากการที่นายสวนิต  คงสิริ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ ได้ขอความร่วมมือจากองค์การสหประชาชาติ เพื่อขอข้อมูลแนวทางการปฏิบัติตนของเจ้าหน้าที่สหประชาชาติในการเตรียมการรับมือเมื่อเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์อย่างยิ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ของสภากาชาดไทย สามารถนำไปปรับใช้เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน /รุนแรงได้ แนวทางปฏิบัติของเจ้าหน้าที่สหประชาชาติในการเตรียมการรับมือเมื่อเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง เฝ้าสังเกตและระมัดระวังสภาพแวดล้อมรอบตัว โดยหลีกเลี่ยงจากเหตุการณ์เสี่ยงภัย ติดตามข่าวสาร และคำแนะนำการปฏิบัติตนเมื่อเกิดเหตุการณ์ เชื่อในสัญชาตญาณของตนเอง รวมถึงเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษในช่วงกลางคืน การปฏิบัติตนเมื่อได้ยินเสียงปืน ขณะกำลังเดิน -หมอบคว่ำหน้าลงกับพื้น -หากเป็นไปได้ ควรคลานไปยังเกราะกำบังที่ใกล้ที่สุด โดยให้อยู่ห่างไปจากทิศทางกระสุน -ระวังกลุ่มฝูงชนที่วิ่งหนีทำให้เกิดความโกลาหล -ออกจากสถานที่เกิดเหตุเมื่อแน่ใจว่าปลอดภัย -แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยของสหประชาชาติทราบโดยทันที เมื่อเห็นว่าปลอดภัยและสามารถกระทำได้ เมื่ออยู่ในอาคาร -หมอบลงกับพื้น -อยู่ให้ห่างจากหน้าต่าง/ประตู -เคลื่อนย้ายเข้าไปอยู่ภายในตัวอาคาร -แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยของสหประชาชาติทราบโดยทันที เมื่อเห็นว่าปลอดภัยและสามารถกระทำได้ เมื่ออยู่ในรถ -เมื่อเกิดการยิงกันข้างหน้าและวิถีกระสุนมิได้มุ่งตรงมายังรถ จะต้องหยุดรถ จากนั้นให้กลับรถและออกจากพื้นที่ทันที -หากไม่ทราบทิศทางการยิง จะต้องหยุดรถและออกจากรถเพื่อหาที่กำบัง -ห้ามหลบที่ใต้รถ -แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยของสหประชาชาติทราบโดยทันที เมื่อเห็นว่าปลอดภัยและสามารถกระทำได้ การปฏิบัติตนเมื่อได้ยินเสียงระเบิด -หมอบลงกับพื้นจนกว่าสถานการณ์จะสงบลง -เตรียมรับมือกับเหตุการณ์ต่อจากนั้น  โดยอาจมีการระเบิดครั้งที่ 2 หรือการกราดยิง -ออกจากสถานที่เกิดเหตุโดยเร็วที่สุด -แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยของสหประชาชาติทราบโดยทันที เมื่อเห็นว่าปลอดภัยและสามารถกระทำได้ การปฏิบัติตนเมื่ออยู่ท่ามกลางสถานการณ์มือปีนบุกกราดยิง (กรณีอยู่ภายในอาคาร ซึ่งมีคนร้ายเพียงคนเดียวหรือมากกว่านั้น) วิ่งออกจากอาคารโดยเร็วที่สุด […]

  • 8 สัญญาณเตือนที่บอกว่าควรหางานใหม่ได้แล้ว

    “8 สัญญาณเตือนที่บอกว่าคุณควรจะหางานใหม่ได้แล้ว” โดย @Ple Panadda บางครั้งเราต้องนั่งมองดูตนเองเหมือนกัน ว่าเราเข้าข่ายต้องทำเช่นนี้หรือไม่  ลองอ่านดูนะคะ สัญญาณข้อที่  1  ไม่มีใครขอความคิดเห็นจากคุณเลย ความเห็นของคุณไม่มีค่าอีกต่อไป ต้องคิดแล้วว่าเรายังมีความสำคัญต่อหน่วยงานหรือองค์กรอีกหรือ? สัญญาณ ข้อที่  2  คุณจะได้รับการโปรโมทให้อยู่ในตำแหน่งสูงขึ้นตามที่ผู้บริหารระดับสูงบอก  แต่พอถึงเวลาจริงปรากฏว่า ตำแหน่งดังกล่าวได้ให้กับบุคคลอื่นๆไป ไม่ใช่คุณ คำสัญญาอยู่ที่ไหนล่ะ…ไปดีกว่า สัญญาณข้อที่ 3  งานของคุณไม่เป็นที่ยอมรับ ปกติแล้วงานที่คุณทำสำเร็จมักจะได้รับการชื่นชมเสมอ  แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง เช่นเปลี่ยนผู้บริหารใหม่ ซึ่งต้องการโปรโมทคนของตนเอง  แล้วจะอยู่รอข่าวร้ายทำไม ถึงเวลาที่ต้องออกไปหางานใหม่ได้แล้ว (ถ้าคุณทำงานยึดติดกับตัวบุคคล  ไม่ได้ทำงานที่อยู่กับระบบที่ดี ก็ต้องคิดแบบนี้ และก็ไซโยนาระไป ) สัญญาณ ข้อที่ 4 ปรากฏเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าคุณเป็นคนเดียวในหน่วยงานที่ได้รับงานรับผิดชอบระดับล่างๆ  ทั้งๆ ที่คุณมีความสามารถ มีทักษะในหลายด้าน  รอเวลาแล้วสถานการณ์ก็ดูจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง คุณควรหาตำแหน่งงานที่อื่น ที่จะขยับขยายความสามารถของคุณได้ สัญญาณข้อที่ 5  เจ้านายหรือหัวหน้าของคุณบอกกับลูกน้องว่า เปิดใจรับฟังคำแนะแนะจากทุกคน  แต่การกระทำเป็นเช่นนั้นหรือเปล่า เมื่อคุณให้คำแนะนำในเรื่องการปรับปรุงงาน แต่คำแนะแนะนำเหล่านั้นถูกเพิกเฉยตลอดเวลา แสดงว่า คำแนะนำของคุณไม่มีค่า ถามตัวเองอีกครั้งทำไมคุณยังต้องทำงานที่นี่ต่อไป […]

  • 7 วิธีคิดอย่างคนเก่ง จาก Adecco Thailand

    คน จะเก่งได้นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีพรแสวงด้วย คือหมั่นค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม หมั่นฝึกฝนและพัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดนิ่ง สิ่งเหล่านี้แหละที่จะทำให้คุณกลายเป็นคนเก่งด้านการปฎิบัติ การฝึกฝนทุกคนคงจะพอทำกันได้ แต่ในด้านความคิดล่ะ คนเก่งเขาคิดกันอย่างไร แล้วคิดอย่างไรถึงจะเป็นคนเก่งมาลองดู 7 วิธีนี้ดู เราว่ามันให้อะไรมากกว่าการเป็นคนเก่งอีกนะ คิดในทางมองโลกในแง่ดี และ ทำทุกสิ่งอย่างเต็มกำลังด้วยรอยยิ้มและความเบิกบาน ทำตัวให้สดชื่นมีชีวิตชีวาและกระตือรือร้นอยู่เสมอ พร้อมที่จะเผชิญกับทุกสถานการณ์ จะช่วยให้คุณสามารถจัดการกับทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามา ได้อย่างอยู่มือ มีศรัทธาในตัวเอง ถ้า แม้แต่คุณเองยังไม่ศรัทธาและเชื่อมั่นในตัวเอง แล้วจะมีมนุษย์หน้าไหนล่ะ จะเชื่อมั่นในความเก่งของคุณ อยากให้ใครๆ เขาชื่นชอบ และทึ่งในตัวคุณ คุณก็ต้องมั่นใจในตัวคุณก่อน ขอท้าคว้าฝัน ไม่มีอะไรที่จะทรงพลังมากเท่ากับความตั้งใจจริงและทุ่มสุดตัว จะเป็นแรงผลักดันที่จะทำให้คุณสานฝันสู่ความจริงได้ ค้นหาบุคคลต้นแบบ ใคร ก็ได้ที่คุณชื่นชมเพื่อเป็นมาตรฐานที่ดีในการดำเนินรอยตาม ศึกษาแนวคิด วิธีการทำงาน จุดเด่นในตัวเขา แล้วอาจนำมาปรับใช้ให้เข้ากับชีวิตได้บ้าง เริ่มต้นงานใหม่ทุกวันด้วยรอยยิ้มสดใส คนที่มีรอยยิ้มระบายไว้บนใบหน้า เสมือนประตูที่เปิดกว้าง ให้ใคร ๆ อยากเข้ามาคบหาด้วย การเจรจา ติดต่องานก็มักจะลงเอยด้วยความสำเร็จ เรียนรู้จากความผิดพลาด สี่ เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง จะเป็นอะไรเชียวถ้าเราจะทำอะไร แล้วจะยังไม่สำเร็จอย่างที่หวังไว้ เพียงแต่ขอให้ทำเต็มที่ และเปิดใจให้กว้าง […]

  • การใช้ฮวงจุ้ยเสริมการทำงานได้อย่างไร?

    การใช้ฮวงจุ้ยเสริมการทำงานได้อย่างไร? “ฮวง” ภาษาจีน แปลว่า ลม หรือฟ้า “จุ้ย” แปลว่า น้ำ หรือดิน ดังนั้น “ฮวงจุ้ย” หมายถึงความสมดุลแห่งธรรมชาติที่เกี่ยวพันกับความเป็นอยู่  สิ่งแวดล้อม ชีวิตมนุษย์ คนทำงาน ชีวิตแต่ละวันจะอยู่ที่ทำงานเป็นหลัก วันนี้จึงนำเรื่องของการใช้ฮวงจุ้ยในห้องทำงานกัน  เพราะห้องทำงานเป็นห้องที่เราใช้คิด และตัดสินใจเรื่องงานต่างๆ  สำคัญมาก ตำแหน่งโต๊ะทำงานควรมองเห็นประตูเข้าออก เพื่อให้เห็นคนที่เดินเข้าออกจากห้องอย่างชัดเจน โต๊ะไม่ควรอยู่ใกล้ประตูทางเข้าจนเกินไป โต๊ะไม่ควรหันเข้ากำแพง เนื่องจากกำแพงทึบ ทำให้ความคิดไม่โปร่งใส ถ้ามองเห็นวิวภายนอก ช่วยเสริมเรื่องความคิดสร้างสรรค์ บริเวณทางเข้าห้อง ไม่ควรมีสิ่งกีดขวาง เนื่องจากประตูทางเข้า เป็นทิศที่มีพลังงานเข้าห้องได้สูงสุด วางจุดประตูดีส่งผลเรื่องพลังการคิดงาน ด้านหลังโต๊ะทำงานควรเป็นกำแพงทึบมากกว่าเป็นพื้นที่โปร่งใส เนื่องจากสภาพทึบด้านหลังนั้นทำให้รู้สึกปลอดภัย ไม่ควรนั่งหันหลังให้ประตู เวลาที่คนเดินเข้าเดินออก จะทำให้เราตกใจ เมื่อเกิดขึ้นบ่อยครั้ง จะทำให้เกิดความระแวงจนติดเป็นนิสัยได้ หากห้องทำงานมีสภาพมืดมัว  รีบบอกเจ้านายขอไฟเพิ่มให้หน่อย เพราะแสงสว่างจะช่วยให้กระฉับกระเฉงมีพลังทำงาน ตู้เก็บเอกสาร ควรเป็นตู้ที่มีหน้าบานตู้  หากตู้เอกสารไม่มีหน้าบานตู้จะทำให้กระแสอากาศที่ดีนั้นไปกักเก็บตามซอกเอกสาร  เพราะฉะนั้นตู้ที่มีหน้าบานจะช่วยกันสภาพอากาศในห้องไม่ให้เข้าไปสู่ตู้ เปรียบเสมือนตู้นั้นเหมือนผนังเรียบ จึงทำให้สภาพอากาศนั้นไหลเวียนได้ดี แต่ทุกอย่างมีทางแก้ ถ้ามีตู้เอกสารที่ไม่มีหน้าบาน แก้โดยเรียงของในตู้ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ช่วยให้กระแสไหลเวียนดีขึ้น โต๊ะทำงานใครอยู่จุดใต้คาน […]

  • มนุษยสัมพันธ์ในที่ทำงาน

    ผู้คนหรือเพื่อนร่วมงานมากมายที่ต่างคน ต่างความคิด เราอาจต้องพบเจอกับสถานการณ์ท่ไม่สามารถควบคุมได้ จึงควรเรียนรู้การอยู่ร่วมกัน ยิ้มแย้มแจ่มใส  ใครได้เห็นต่างก็อยากพูดคุยด้วย รอยยิ้มจึงเป็นความประทับใจเมื่อแรกพบ  และยังเป็นตัวช่วยสร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดีในที่ทำงาน แบ่งปัน  อย่าคาดหวังที่จะเป็นผู้รับเพียงฝ่ายเดียว การแบ่งปัน หรือการแสดงน้ำใจเพียงเล็กน้อย ก็แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจที่คุณมีต่อเพื่อนร่วมงาน ไม่ถือตัว อย่าดูถูกผู้อื่น  ไม่ว่าเขาจะมีอายุ หรือตำแหน่งหน้าที่การงานที่น้อยกว่าคุณ  และควรให้ความสำคัญกับบุคคลทุกชั้นอย่างเท่าเทียมกัน เช่นคุณอาจตอบแทนพี่ รปภ. ที่คอยเปิดประตูให้คุณทุกวันด้วยคำขอบคุณ และรอยยิ้มก็ไม่ได้เสียหายอะไร ถ้าคุณจะมีเพื่อนทุกอาชีพ เอาใจเขามาใส่ใจเรา  เห็นใจผู้อื่น คิดถึงใจของผู้อื่น แล้วลองแทนความรู้สึกลงไปว่า หากเราต้องเจอเหตุการณ์เดียวกันนั้น เราจะรู้สึกอย่างไร นี่จะเป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้จักคิดก่อนที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งลงไป เพราะเราจะนึกถึงผู้อื่นก่อนเสมอ ยอมรับนับถือให้เกียรติผู้อื่น ทั้งการกระทำ และคำพูด เพราะมนุษย์ทุกคนต่างต้องการได้รับการปฏิบัติที่ดีจากผู้อื่น และเชื่อว่าคุณก็เช่นกัน การให้เกียรติอาจจะรวมถึงการเคารพสิทธิ เสรีภาพ และความสามารถของผู้อื่น ไม่ก้าวก่ายหน้าที่กันโดยไม่ได้รับอนุญาต มองโลกในแง่ดีมีอารมณ์ขัน ทำให้เราอารมณ์ดี ไม่เครียด แล้งยังทำให้ดูเป็นมิตรกับเพื่อนร่วมงาน ก็ไม่แปลกที่ใครๆ ต่างก็อยากอยู่ใกล้คนที่มีอารมณ์ขัน สนุกสนาน เพราะเขาสามารถสร้างความสุขให้กับผู้อื่นได้เสมอ การที่จ้องแต่จะคอยจับผิดหรือนินทาผู้อื่นทำให้คุณหมกมุ่น นอกจากจะเป็นนิสัยที่ไม่ดีแล้ว  ยังทำให้เพื่อนร่วมงานมองคุณเป็นรางมารร้ายอีกด้วย จริงใจ ในทุกๆ สิ่งที่ทำ   อย่างเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้คนอื่นยอมรับ แต่ให้เขายอมรับในสิ่งที่คุณเป็น ทุกสิ่งทุกอย่างที่กล่าวมาข้างต้น […]

  • ทำอย่างไรให้องค์กรอบอวลด้วยเสียงหัวเราะและทำงานด้วยความสุข

    หากคุณอยากสร้างแรงจูงใจให้กับทีมของคุณ เพื่อการทำงานที่แตกต่างไปจากเดิม และที่สำคัญคือ ความสนุก แล้วทำยังไงให้เกิดความสนุกได้หละ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเราทุกคนกำลังทำงานภายใต้คำว่า “Change” ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเปลี่ยนจากภายนอกหรือภายในองค์กรก็ดี    ทำยังไงให้พนักงานในองค์กรอยู่กับคำว่า “Change” ได้อย่างHappyที่สุด … แน่นอนว่า คุณต้องพยายามสร้างเสียงหัวเราะให้เกิดมากที่สุด แต่ปัญหาที่เราพบบ่อย คือ หลายองค์กรในไทยทำงานบนความจริงจังที่มากเกินพอดี ทุกสิ่งอย่างเครียดไปหมด สิ่งเหล่านี้กดดันพนักงานโดยไม่รู้ตัว เอาหละ เราเกริ่นกันมาพอสมควรแล้ว อยากให้ลองเอาวิธีการที่จะเสนอแนะต่อไปนี้ลองปรับใช้ดูนะคะ … เริ่มจากตัวคุณก่อน 1.การประชุมอย่างผ่อนคลาย : ลองหาAgendaเบาๆแทรกลงไปในวาระการประชุมด้วย เช่น โหวตร้านอาหารละแวกOfficeที่อร่อยที่สุด^^ 2.ลองให้หยิบยกเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟังบ้าง! ถ้าคุณมีการประชุมประจำสัปดาห์อยู่แล้ว อาจจะเปิดประเด็นให้ทุกคนเล่าว่าไปเที่ยวไหนมาบ้างเปิดโอกาสให้พนักงานได้พูด แสดงออกซึ่ง Lifestyle ของเขา … ไม่ใช่ประชุมแต่เรื่องงานอย่างเดียวตย.หัวข้อ เช่น วันนี้ขอให้ทุกคนให้ที่ประชุมลองเล่าความสุขยามเช้าให้ฟังคนละเรื่อง หรือ เรื่องขำในสัปดาห์ แน่นอนว่าทุกคนหัวเราะตามแน่ๆ กิจกรรมแบบนี้ จะช่วยให้พนักงานเริ่มต้นสัปดาห์ที่ดีได้ แถมระดับโลกมีงานวิจัยมาว่า เสียงหัวเราะทำให้พนักงานมีความคิดสร้างสรรค์สูงขึ้นทวีตนี้ ขอให้ทุกคนที่เป็นพนักงานOffice คิดเรื่องขำๆในสัปดาห์ที่ผ่านมาและหัวเราะตามดิฉันนะคะ 555555555555555 หัวเราะยาว ๆ เลย เอาหละ มาดูข้อต่อไปกันดีกว่า ทำยังไงให้คุณอยู่ในที่ทำงานที่อบอวลไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะ […]